ในยุคดิจิทัลที่ทุกอย่างเชื่อมต่อกัน ธุรกิจต้องพึ่งพาระบบ IT อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน เช่น น้ำท่วม ไฟไหม้ แผ่นดินไหว ไฟดับ หรือแม้แต่การโจมตีทางไซเบอร์ หากระบบ IT ของคุณไม่พร้อม ธุรกิจอาจได้รับผลกระทบร้ายแรงจนถึงขั้นหยุดชะงักได้
ดังนั้น การเตรียมระบบ IT ให้พร้อมรับมือทุกสถานการณ์ฉุกเฉิน จึงเป็นเรื่องที่ทุกธุรกิจต้องให้ความสำคัญ วันนี้ DiTC มี 5 เช็กลิสต์สำคัญ ที่จะช่วยให้ธุรกิจของคุณดำเนินต่อไปได้อย่างราบรื่น แม้ในช่วงเวลาวิกฤต
5 เช็กลิสต์สำคัญ เตรียมความพร้อม IT ให้ธุรกิจของคุณ
-
สำรองข้อมูลให้ครบ ป้องกันข้อมูลสูญหาย
การสูญเสียข้อมูล เป็นหนึ่งในปัญหาสำคัญที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นความผิดพลาดของมนุษย์ ฮาร์ดแวร์เสียหาย หรือแม้แต่การถูกโจมตีทางไซเบอร์ ดังนั้น ธุรกิจต้องมี แผนสำรองข้อมูล (Backup Plan) ที่มั่นคง โดยควรปฏิบัติตามหลัก 3-2-1 Backup Rule ได้แก่
- มี สำเนาข้อมูลอย่างน้อย 3 ชุด (ต้นฉบับ + สำรอง 2 ชุด)
- จัดเก็บข้อมูลใน รูปแบบที่แตกต่างกัน 2 รูปแบบ (เช่น HDD + Cloud)
- สำรองข้อมูลไว้ อย่างน้อย 1 ชุดในที่ต่างสถานที่ (Offsite Backup)
การมีระบบ Cloud Backup จะช่วยให้กู้คืนข้อมูลได้ง่ายและรวดเร็วในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉิน
-
ระบบความปลอดภัยต้องแน่น ป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์
ปัจจุบัน การโจมตีทางไซเบอร์ (Cyber Attack) เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็น Ransomware, Phishing หรือ Data Breach การป้องกันข้อมูลของธุรกิจจึงต้องรัดกุมมากขึ้น โดยมีแนวทางดังนี้
- ใช้ Password Manager เพื่อช่วยจัดการรหัสผ่านให้ปลอดภัย
- เปิดใช้งานการยืนยันตัวตนแบบ 2 ชั้น หรือ Two-Factor Authentication (2FA) เพิ่มชั้นการป้องกัน
- อัปเดตซอฟต์แวร์และระบบปฏิบัติการอยู่เสมอ เพื่อลดช่องโหว่ด้านความปลอดภัย
- ติดตั้ง Antivirus และ Firewall เพื่อป้องกันภัยคุกคามจากภายนอก
- ให้ความรู้แก่พนักงานเกี่ยวกับ Social Engineering และ Phishing Attack
-
มีแผนสำรองอินเทอร์เน็ต รับมือ WiFi ล่ม
ธุรกิจยุคนี้ต้องพึ่งพาระบบไอทีและอินเทอร์เน็ตอย่างมาก ถ้าอินเทอร์เน็ตล่ม อาจส่งผลกระทบต่อการทำงาน เช่น ระบบ POS ใช้ไม่ได้ อีเมลส่งไม่ออก หรือประชุมออนไลน์สะดุด ดังนั้น ควรมีแผนสำรองอินเทอร์เน็ต ดังนี้
- ติดตั้ง Pocket WiFi หรือซิมเน็ตสำรอง เผื่อในกรณี WiFi หลักล่ม
- ใช้ Multi-ISP Setup หรือเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตจากผู้ให้บริการสองเจ้าเพื่อสลับใช้งาน
- ใช้ VPN (Virtual Private Network) เพื่อให้พนักงานสามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้อย่างปลอดภัย
-
ซ้อมแผนฉุกเฉิน ให้ทีมรู้หน้าที่
ถ้าเซิร์ฟเวอร์ล่ม หรือเกิดเหตุไม่คาดฝัน ทีมงานรู้หรือไม่ว่าต้องทำอะไร? การซ้อมแผนฉุกเฉินเป็นเรื่องสำคัญที่ช่วยลดความสับสนเมื่อเกิดเหตุการณ์จริง โดยควรมีแนวทางดังนี้
- จัดทำแผนบริหารความต่อเนื่องภายใต้สภาวะวิกฤต หรือ Business Continuity Plan (BCP) ระบุขั้นตอนที่ต้องปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
- ระบุ IT Support Contact List อย่างชัดเจน
- เตรียมเครื่องมือสื่อสาร เช่น Slack, Microsoft Teams หรือ Zoom ให้พร้อมใช้งาน
- ซ้อมแผนรับมือทุก 3-6 เดือน เพื่อให้ทีมมีความคุ้นเคยกับกระบวนการ
-
วางแผนกู้คืนระบบ (Disaster Recovery Plan)
การมี Disaster Recovery Plan (DRP) ที่ชัดเจน จะช่วยให้ธุรกิจสามารถกู้คืนระบบได้อย่างรวดเร็วเมื่อเกิดปัญหา โดยควรมี
- ขั้นตอนการกู้คืนระบบที่ เป็นลายลักษณ์อักษร
- ระบุระยะเวลาที่สามารถกู้คืนระบบได้ (Recovery Time Objective – RTO)
- ใช้ Cloud-based System ที่สามารถเรียกใช้งานได้ทันทีเมื่อระบบหลักล่ม
- ระบุ ผู้รับผิดชอบแต่ละขั้นตอน อย่างชัดเจน
การเตรียมความพร้อมด้านระบบ IT ไม่ใช่เรื่องฟุ่มเฟือย แต่เป็นการลงทุนเพื่อความอยู่รอดของธุรกิจ หากคุณต้องการให้ธุรกิจรอดพ้นจากทุกวิกฤต อย่าพึ่งดวง แต่ต้องมีแผนที่เตรียมพร้อมอยู่เสมอ
ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณมี
- Backup ข้อมูล อย่างน้อย 2 ที่
- ระบบความปลอดภัยแน่นหนา ป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์
- แผนสำรองอินเทอร์เน็ต เผื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน
- การซ้อมแผนฉุกเฉิน ให้ทีมรู้หน้าที่
- แผนกู้คืนระบบ พร้อมใช้ทันทีเมื่อเกิดเหตุ
หากธุรกิจของคุณยังไม่มี 5 ข้อนี้ ติดต่อสอบถามข้อมูลและขอคำปรึกษาเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท ดีไอทีซี จำกัด
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
☎️ 02-555-0999
📲 LINE ID : @ditc หรือคลิก https://lin.ee/gztVQxB