เช็กเลย ! ปัญหายอดฮิตที่มักเกิดกับคอมพิวเตอร์ในบริษัท

คอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นในชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก ทั้งประโยชน์ในการทำงานหรือเพื่อความเพลิดเพลินต่างๆ เมื่อวันหนึ่งเกิดปัญหาย่อมส่งผลกระทบต่องานหรือธุรกิจที่ดำเนินอยู่

องค์กรหรือสำนักงานที่ต้องใช้คอมพิวเตอร์ทำงานเป็นหลักในทุกๆ วัน มักจะเจอปัญหาจากเครื่องคอมพิวเตอร์อยู่บ่อยครั้ง บางครั้งก็ไม่ทราบสาเหตุ อยู่ ๆ ก็ใช้งานไม่ได้ ส่งผลให้การทำงานล่าช้าไปอีก จึงเป็นปัญหาที่ต้องหาทางแก้ไขโดยเร็ว

ปัญหาที่มักเกิดกับคอมพิวเตอร์มีอยู่หลายอย่าง บางปัญหาเราสามารถแก้ไขได้เอง หรือบางปัญหาต้องให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยเหลือ DiTC ก็ได้รวบรวมปัญหายอดฮิตที่มักเกิดกับคอมพิวเตอร์ในองค์กร พร้อมวิธีแก้ไขไว้ดังนี้

1. เครื่องคอมพิวเตอร์มีเสียงร้อง

เมื่อคอมพิวเตอร์มีเสียงร้องผิดปกติสาเหตุส่วนใหญ่มักมาจากเมนบอร์ดมีปัญหาเป็นหลัก แต่ก็อาจเกิดจากสาเหตุอื่นได้อีก เวลาที่คอมพิวเตอร์มีเสียงร้อง หรือเสียงติ๊ด ๆ นั้นสามารถบ่งบอกสาเหตุของความผิดปกตินี้ได้ ซึ่งแต่ละแบบแบ่งได้ตามลักษณะของเสียง ดังต่อไปนี้

  • เสียง Beep สั้น 1 ครั้ง = เครื่องทำงานปกติ
  • เสียง Beep สั้นๆ 2-3 ครั้ง = เครื่องผิดปกติ Ram หรือเมนบอร์ด อาจมีปัญหา Post ไม่ผ่าน
  • เสียง Beep สั้น ๆ ติดกันหลายครั้ง = แหล่งจ่ายไฟหรือเมนบอร์ดทำงานผิดปกติ
  • เสียง Beep ยาว ๆ 1 ครั้ง ,สั้น ๆ 2 ครั้ง = ปัญหาอาจเกิดจากการ์ดจอเสียบไม่แน่นหรือชำรุดเสียหาย
  • เสียง Beep ดังยาว ๆ ต่อเนื่องหลายครั้ง = Ram เสียบไม่แน่น หน่วยความจำมีปัญหา หรือหน้าสัมผัสสกปรก
  • ไม่มีเสียง อาจเกิดจากแหล่งจ่ายไฟหรือเมนบอร์ดมีปัญหา

วิธีแก้ไข: ขั้นแรกเราต้องวิเคราะห์หาสาเหตุก่อนว่าอะไรทำให้คอมพิวเตอร์มีเสียงร้อง เกิดขึ้นตรงไหน? อาจลองแก้ไขเบื้องต้นก่อน เช่น Restart เครื่องใหม่ หรือถ้าเราวิเคราะห์ได้จากเสียง Beep code ว่าปัญหาเกิดจาก Ram หรือเมนบอร์ด ก็อาจลองเช็กดูว่าเสียบสนิทหรือไม่ หากพบว่า Ram เสียบไม่สนิท ลองขยับให้เข้าที่ หรือถอดออกมาทำความสะอาดก่อน ถ้าปัญหาที่เกิดเพราะการ์ดจอก็สามารถแก้ไขด้วยวิธีเช่นเดียวกัน

2. อุปกรณ์ต่าง ๆ ไม่ทำงาน

อุปกรณ์คอมพิวเตอร์มีปัญหาทำงานผิดปกติหรือไม่ทำงาน อาจมาจากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอ คีย์บอร์ด เม้าส์ ลำโพง เสียงหาย ก่อนอื่นเราจำเป็นต้องหาสาเหตุในส่วนเฉพาะ ซึ่งต้องมีการตรวจสอบแบตเตอรี่หรือร่องรอยการชำรุดเสียหายตรงไหนมั้ย ถ้าไม่พบก็เป็นไปได้ว่าสาเหตุจะมาจากไดร์เวอร์ของอุปกรณ์นั้นๆ ไม่ได้     อัปเดตทำให้ทำงานได้ไม่สมบูรณ์

วิธีแก้ไข: ทำการตรวจสอบรุ่นของอุปกรณ์ที่ใช้งานก่อน และให้ดาวน์โหลดไดร์เวอร์มาอัปเดต เพราะตัวเก่าอาจเป็นเวอร์ชั่นที่ล้าสมัยหรือทำงานผิดปกติ หากสาเหตุเกิดมาจากตัวไดรเวอร์ หลังจากอัปเดตเวอร์ชั่นใหม่แล้วและทำการ Restart เครื่องคอมพิวเตอร์ ก็จะทำให้อุปกรณ์กลับมาใช้งานได้ปกติ

3. ไม่สามารถเข้า Windows ได้

การเข้าใช้ระบบ Windows ไม่ได้ เป็นอีกปัญหาที่พบได้ค่อนข้างบ่อย ทางแก้ไขเบื้องต้นจึงควรหาสาเหตุให้พบว่าอะไรที่ทำให้ระบบ Windows ใช้งานไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการโดนไวรัส อุปกรณ์ภายในชำรุด มีน้ำเข้าหรือไฟฟ้าลัดวงจร หรือแม้แต่คอมพิวเตอร์ไม่ได้มีการอัปเดตและไม่ได้ใช้งานมาเป็นเวลานาน ขาดการบำรุงรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์หรือไม่ เราก็จะสามารถหาทางแก้ไขได้ตรงจุด

วิธีแก้ไข: ถ้าเกิดปัญหาเข้าใช้งาน Windows ไม่ได้ การแก้ไขเบื้องต้นขั้นแรกให้เข้าไปที่ Safe Mode และทำการถอนการติดตั้งโปรแกรมที่อาจนำไวรัสเข้ามาในเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือดึงเอาข้อมูลไปเก็บในที่ปลอดภัยก่อน จากนั้นลง Windows ใหม่ก็ได้

4. ปัญหาต้องตั้งเวลาใหม่

ปกติเมื่อเปิดใช้งานคอมพิวเตอร์ทุกครั้ง เวลาในเครื่องของเราก็จะมีการอัปเดตแบบเรียลไทม์อยู่แล้ว กรณีที่เราเปิดเครื่องแล้วเวลาได้ถูกรีเซ็ตเป็น 00.00 อาจเป็นไปได้ว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้นกับคอมพิวเตอร์ ส่วนใหญ่สาเหตุมาจากตัวแบตเตอรี่ในเมนบอร์ดอาจหมดอายุ เนื่องจากมีการใช้งานมานาน หรือเครื่องคอมพิวเตอร์เก่าแล้วและไม่ได้บำรุงรักษาก็เป็นสาเหตุของปัญหาเหล่านี้

วิธีแก้ไข: ปัญหานี้สามารถแก้ไขได้ง่ายๆ เพราะถ้าแบตเตอรี่ในเมนบอร์ดหมดอายุเราก็แค่เปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่อาจจะนำไปให้ร้านเปลี่ยนให้หรือไปซื้อแบตเตอรี่มาทำการเปลี่ยนเองก็ได้

5. แอปพลิเคชันหรือโปรแกรมในเครื่องค้างทำงานไม่ได้

เชื่อว่าหลายคนได้พบเจอปัญหานี้อยู่บ่อยๆ มันอาจเกิดได้หลากหลายสาเหตุไม่ว่าจะจากการใช้งานหน่วยความจำหนักไปหรือมีไวรัสเข้ามาในเครื่อง ปัญหาเหล่านี้อาจทำให้งานที่กำลังทำอยู่หายหรือถูกลบไปทันที โดยบางทีเราอาจจะยังไม่ได้เซฟงานเอาไว้

ดังนั้นปัญหาโปรแกรมหรือแอปพลิเคชันในเครื่องที่ชอบค้างอยู่บ่อยๆ เราจำเป็นต้องแก้ไขและหาวิธีไม่ให้ส่งผลกระทบต่อเครื่องคอมพิวเตอร์

วิธีแก้ไข: สามารถแก้ไขเบื้องต้นได้ง่ายๆ ด้วยการกด Ctrl + Alt + Del จากนั้นให้เลือกโปรแกรมหรือแอปพลิเคชันที่ค้างหรือขึ้นคำว่า Not Responding และคลิก End Task เพื่อทำการปิดใช้งานโปรแกรมนั้นโดยเฉพาะ หลังจากนั้นให้เปิดโปรแกรมขึ้นมาใหม่ หากมี Auto Save อยู่แล้วก็จะมีข้อมูลหลงเหลืออยู่และสามารถทำงานต่อได้เลย

6. เปิดคอมพิวเตอร์ไม่ติด

เมื่อคอมพิวเตอร์เปิดไม่ติดหรือไม่สามารถเปิดเครื่องได้เลย อาจเกิดขึ้นจากไวรัสภายในตัวเครื่อง เมนบอร์ดหรือซีพียูทำงานผิดปกติ ไฟฟ้าลัดวงจร หรือมีการต่ออุปกรณ์สายไฟที่ไม่ถูกวิธี การแก้ไขปัญหาทำได้ง่ายๆ คือการให้ความสำคัญทั้งการเก็บหรือถอดอุปกรณ์อย่างเป็นระเบียบ และประกอบให้เหมือนเดิม

วิธีแก้ไข้ : ขั้นแรกควรเริ่มจากการตรวจเช็กปลั๊กต่างๆ ว่ามีร่องรอยการชำรุดหรือเปล่า รวมไปถึงการเสียบปลั๊กต่างๆ ว่าถูกตำแหน่งมั้ย หรือลองถอดชิ้นส่วนอุปกรณ์ต่างๆ มาทำความสะอาด เช่น การ์ดจอ RAM หรืออุปกรณ์ต่อพ่วงอื่นๆ แล้วประกอบกลับเข้าไปใหม่ หากมีการแก้ไขปัญหานั้นแล้วยังไม่มีอะไรดีขึ้น ควรนำไปให้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านให้ช่วยตรวจเช็กเครื่อง

การซ่อมคอมพิวเตอร์หรือแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเองได้นั้นสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลาได้ เนื่องจากปัญหาที่เกิดกับคอมมีอยู่หลายปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้อยู่บ่อยๆ วิธีแก้ปัญหาง่ายที่สุด อาจทำการรีเซ็ตหรือการทำความสะอาดอุปกรณ์ต่างๆ ดูก่อนไม่จำเป็นต้องไปให้ช่างดูตลอดก็เป็นการช่วยลดค่าใช้จ่ายตรงนี้ไปได้อีกด้วย

 

 

ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี สมัครใช้บริการวันนี้ เริ่มต้นเพียงเดือนละ 7,500 บาท* พร้อมรับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 10% สอบถามเพิ่มเติม โทร. 02-555-0999
LINE : @ditc หรือ https://page.line.me/ditc
ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.ditc.co.th

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น